การทำอิ๊กซี่ กับนานาสาระที่คุณอาจไม่เคยรู้
“การทำอิ๊กซี่” คือ วิธีการดูแลรักษาผู้มีบุตรยากที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีอัตราการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากกว่าวิธีอื่นๆ หลายคนที่กำลังอยากมีลูกน้อยมาเติมเต็มครอบครัว แต่ประสบกับภาวะมีบุตรยากจึงสนใจวิธีนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันมีสื่อและผู้คนมากมายที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องการทำอิ๊กซี่บนโลกโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย แต่บางครั้งข้อมูลอาจมีตกหล่นหรือผิดพลาดได้ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมารีเช็กความรู้ความเข้าใจต่อการทำอิ๊กซี่ในเบื้องต้น เพื่อเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในอนาคต
การทำอิ๊กซี่ไม่ใช่วิธีใหม่แต่ทันสมัยที่สุด
การทำอิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นวิธีการดูแลรักษาผู้มีบุตรยากที่มีมานานหลายปีแล้ว แต่ถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ
อย่างไรก็ดี หากพูดถึงอิ๊กซี่ ใครหลายคนโดยเฉพาะคนที่ยังไม่แต่งงาน อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก แต่ถ้าพูดว่าเป็นการทำเด็กหลอดแก้ว เชื่อว่าหลายคนคงร้องอ๋อ เพระความจริงแล้ว การทำอิ๊กซี่เป็นการทำเด็กหลอดแก้วรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยกว่า และมีขั้นตอนที่ละเอียดกว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบดั้งเดิม
โดยการทำเด็กหลอดแก้วแบบดั้งเดิม หรือ IVF (In Vitro Fertilization) จะนำไข่ของฝ่ายหญิงและอสุจิของฝ่ายชายมาปฏิสนธิภายนอกร่างกายภายในห้องปฏิบัติการ ด้วยการใช้ตัวอสุจิหลายตัวที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วปล่อยลงไปจานเพาะเลี้ยง โดยปล่อยให้ตัวอสุจินั้นล้อมรอบเซลล์ไข่และปล่อยให้ตัวอสุจิทำการเจาะเข้าไปในเปลือกไข่เองตามธรรมชาติแล้วนำกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงต่อไป
ส่วนการทำเด็กหลอดแก้วแบบอิ๊กซี่ จะคัดเชื้ออสุจิที่แข็งแรงสมบูรณ์เพียงตัวเดียว และใช้เข็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็ก ๆ ฉีดตัวเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ของไข่โดยตรง เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิ จากนั้นจะทำการเลี้ยงตัวอ่อนต่อในห้องปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญ และเมื่อเลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงวันที่ 5 (ระยะ Blastocyst) จะทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตต่อไป ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิที่ผิดปกติได้หลากหลายกว่า เช่น การปฏิสนธิจากอสุจิหลายตัว การที่อสุจิไม่สามารถเจาะเปลือกไข่ได้เอง เป็นต้น จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากกว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบดั้งเดิมนั่นเอง
การทำอิ๊กซี่เหมาะกับปัญหาสุขภาพหลายรูปแบบ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนินให้คำแนะนำว่า ผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาเหล่านี้ สามารถเข้ารับการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยการทำอิ๊กซี่ได้
- ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติของท่อนำไข่ที่ตีบหรือตันทั้งสองข้าง
- ฝ่ายหญิงมีภาวะตกไข่ผิดปกติ
- ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมาก
- ฝ่ายหญิงมีเปลือกไข่หนา อสุจิไม่สามารถเจาะผ่านเข้าปฏิสนธิได้
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม
- ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
- ฝ่ายชายมีปัญหาในเรื่องเป็นหมัน หรือ มีปัญหาด้านปริมาณอสุจิน้อย ตัวอสุจิไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์ สามารถทำการเจาะดูดออกมาจากท่อส่งอสุจิ หรือจากการนำเนื้อเยื่อของอัณฑะมาใช้
หมายเหตุ: เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น ผู้สนใจทำอิ๊กซี่ควรเข้ารับคำปรึกษา และตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้ารับการรักษา
การทำอิ๊กซี่ต้องใช้เวลาต่อเนื่อง
แม้ว่าการทำอิ๊กซี่จะใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด แต่ก็ยังคงต้องใช้ระยะเวลาดูแลรักษาต่อเนื่องกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อรอบ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจประเมินร่างกายเพื่อหาสาเหตุของการมีบุตรยาก กระบวนการกระตุ้นไข่ ฉีดยาให้ไข่ตก การเก็บไข่และอสุจิ การปฏิสนธิในห้องทดลอง และการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนได้เจริญเติบโตต่อไป
การทำอิ๊กซี่ให้ผลลัพธ์ดีแต่ไม่ 100%
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ทุกคนควรทราบคือ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาผู้มีบุตรยากวิธีใดที่ช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ 100% อย่างการทำอิ๊กซี่เอง แม้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็ยังมีอัตราประสบความสำเร็จ 60%-70% เท่านั้น ดังนั้นผู้ที่สนใจทำอิ๊กซี่ควรเผื่อใจกรณีผิดหวัง และเตรียมค่าใช้จ่ายให้พร้อม เพราะบางครั้งอาจต้องทำอิ๊กซี่มากกว่า 1 รอบ จึงจะตั้งครรภ์ได้สำเร็จ
สนใจรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนิน โทร 02-655-5300 หรืออีเมล: info@jetanin.com
